Tale of the Western Sea ~ Story of the Rainy Night "ในที่สุดท่านแม่ทัพของเราก็มีวันนี้จนได้... ยินดีด้วย!!!" "มันก็... แฮะๆ... ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าสุดท้ายจะลงเอยกับยัยนี่ได้น่ะนะ แต่ก็เป็นไปแล้วล่ะนะ" "แล้วท่านแม่ทัพจะเริ่มยุทธนาวีราตรีคืนนี้เลยไหมครับ?" "ยุ่งน่า!!! เรื่องในครอบครัวเฟ้ย!!!!" "แล้วท่านแม่ทัพกะจะมีลูกซัก..." "บอกแล้วไงว่าเรื่องในครอบครัวเฟ้ย!!! เดี๋ยวปั๊ดจับหักเงินเดือนเลยเลยนิ..." "ก็ได้ๆ เอาเป็นว่าขอให้ท่านแม่ทัพกับเจ้าสาวมีความสุขในคืนแรกเน่อ" . . . บรรยากาศในฐานทัพวันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ... ถึงแม้ว่าท้องฟ้าในยามเย็นจะดูหม่นๆและมีฝนตกพรำๆก็ตาม... แหงสิ... ท่านแม่ทัพของเราแต่งงานแล้วทั้งทีนี่นะ ว่าแต่ทำไมตัวผมมานั่งอยู่นอกงานแบบนี้น่ะเหรอ? ผมไม่ค่อยชอบงานที่มันเอิกเกริกซักเท่าไหร่ แค่คิดว่าจะต้องเดินเข้าไปเบียดเสียดกับผู้คนมากมายผมก็รู้สึกแย่แล้ว ผมชอบที่จะฟังเสียงของคลื่นทะเลและสายฝนมากกว่าที่จะฟังเสียงเพลงหรือเสียงผู้คนพลุกพล่านซะอีก... เฮ้อ... ตัวผมเองก็เป็นซะแบบนี้แหละ เพราะงั้นไอ้เรื่องจะหาเจ้าสาวเป็นตัวเป็นตนก็คงจะเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆล่ะว้า~ "ย... ยินดี... ด... ด้วยนะ... คิตะคามิซัง... ในที่สุดก็ได้... แต่งงานซะที... ฉันคง... จะไม่ต้อง... คอยเป็นห่วงและดูแลคิตะคามิซังแล้วล่ะ..." เสียงอันสั่นครือและเศร้าสร้อยนั้นสะกิดตัวผมที่กำลังนั่งเหม่อมองเส้นขอบฟ้าให้หันไปทางต้นเสียงทันที สาวน้อยผมสีน้ำตาลยาวสลวยในชุดเครื่องแบบนักเรียนสีเขียวเข้มที่เปียกปอนไปด้วยสายฝน แววตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา... ผมที่มองแววตาของเธอไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธอกำลังรู้สึกยังไงกันแน่... ดีใจ... เสียใจ... ยินดี... เศร้าโศก... เหมือนทุกๆอย่างมันผสมปนเปกันไปหมด... แต่ผมก็ต้องชะงักไปในทันทีที่เธอกระโดดลงทะเลไป... "เฮ้ย!!! เดี๋ยว!!!!" ผมร้องเสียงหลง ผมเองก็ใช่ว่าจะว่ายน้ำเก่งอะไรขนาดนั้นหรอก จริงๆก็คือว่ายน้ำไม่ค่อยเป็นด้วยซ้ำแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่ว่ายน้ำไม่ได้เรื่องแท้ๆ ร่างกายของผมถึงกระโดดลงน้ำไปช่วยเธอแล้ว... ผมรีบจับร่างของเธอไว้ก่อนที่จะพยายามดึงร่างของเธอขึ้นไปจากผิวน้ำ เหมือนกับสายฝนจงใจเทกระหน่ำซัดสาดลงมาหนักขึ้นกว่าเดิม คลื่นลมในทะเลยามฝนตกนับว่าเลวร้ายเอามากๆ... ที่ผมโดดลงไปช่วยเธอนี่มันเหมือนการฆ่าตัวตายจริงๆสินะ... แต่ผมก็โดดลงมาแล้ว เพราะงั้น ต่อให้ผมจมหายไปในทะเลจริงๆผมก็ต้องพาเธอขึ้นมาให้ได้... . . . หลังจากที่ดื้นรนกับคลื่นทะเลที่บ้าคลั่ง ผมก็นำร่างของเธอขึ้นมาจากทะเลจนได้... แต่ว่า... แววตาของเธอนั้นว่างเปล่าราวกับคนไร้วิญญาณ และดูเหมือนว่าผมจะเคยเจอเธอมาก่อน... . . . เมื่อราวๆ 6 เดือนก่อน... "ขอบคุณนะที่ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง... ยุทธนาวีที่โอกินาว่าครั้งนี้... ถ้าหากไม่มีเธอล่ะก็... เราก็คงจะพ่ายแพ้กลับมาแน่นอนความดีความชอบขอยกให้เธอเลยนะ โอย" "นั่นก็เพราะคิตะคามิซังต่างหากคะ ฉันเองก็แค่รักษาตำแหน่งเรือธงให้คุณก็แค่นั้นเอง... แต่ทุกอย่างฉันขอยกให้คิตะคามิซังหมดคะ" "อ่าๆ จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ แต่ฉันก็อยากจะขอบคุณเธอจริงๆนะโอยที่..." "ฉันขอตัวก่อนนะคะ จะไปดูอาการคิตะคามิซังซะหน่อย และก็ตำแหน่งเรือธง ฉันขอคืนให้เรือลำก่อนคะ ฉันคงหมดธุระกับคุณแล้วคะ... ขอตัว..." "ด... อ่า... เอาเถอะ..." วินาทีสุดท้ายที่เธอเดินออกจากห้องของผมไป ผมสังเกตว่ามีผ้าปิดแผลมากมายแปะไปทั่วหลังของเธอ... . . . ผมจำเธอได้แล้ว... เธอคือเรือลาดตระเวนตอร์ปิโดหนักโอยนั่นเอง... ผมจำได้ว่าเธอเคยมาประจำการในกองเรือของรองแม่ทัพเล็กๆ อย่างผมเมื่อหกเดือนก่อน ซึ่งตอนที่เธอลาผมกลับไปนั้นท่าทีของเธอดูไม่ค่อยจะชอบผมหรือระบบของกองเรือเลย แต่ว่า... ทำไมกันนะ... ทำไมเธอถึงมาคิดสั้นแบบนี้ได้... แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องมานึกถึงในตอนนี้ ชีพจรของเธอนิ่งสนิท... ไม่มีลมหายใจจากเธอแล้ว... "ไม่หายใจ... นี่ฉันต้อง..." ผมลังเลไปพักหนึ่ง จริงอยู่ที่ว่าวิธีการช่วยชีวิตของเธอจะมีแค่วิธีนี้เท่านั้น แต่ว่าเธอที่นอนอยู่จะรับได้หรือ... ยังไงก็ตาม... . . . เมื่อราวๆ 6 เดือนก่อน, น่านน้ำโอกินาว่า... "กองเรือของศัตรู... ตามที่คาดไว้เลย... เรือประจัญบาญ 4 ลำ..." "แล้วเรือลำอื่นๆล่ะคะผู้การฯ?" "ไว้ทีหลัง ยังไงเราก็ต้องจมกองเรือประจัญบาญ 4 ลำนั่นให้ได้ก่อน!!!" "รับทราบ!" ในวันนั้น เสียงของกระสุนปืนใหญ่,เครื่องบินและตอร์ปิโดที่ถูกยิงออกไปยังคงดังก้องในหัวผม วันนั้น... เป็นวันที่การรบทางน่านน้ำระหว่างกองทัพเรือกับกองเรือดำที่มาจากต่างดาว มีความรุนแรงและเข้มข้นที่สุดเท่าที่รองแม่ทัพเล็กๆอย่างผมเคยประสบพบเจอมา... "ยืนยันการจมของเรือประจัญบาญระดับชั้นรุลำสุดท้ายแล้วคะ... !?" บรรดาสาวน้อยกองเรือต่างแปลกใจทันทีที่เห็น เรือที่กำลังจะจมของศัตรูกราดกระสุนชุดสุดท้ายของมันใส่พวกเธอ... ทั้งหมดมองวิถีกระสุนไม่ออกเลยว่าลูกกระสุนจะไปทางใดบ้าง... "!" ทุกคนต่างแหงนขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ทั้งหมดเห็นฝนกระสุนกำลังจะตกลงมา โดยมีเป้าหมายเป็นตัวของผมเอง... ในตอนนั้นผมไม่ได้รู้เลยว่าความตายมันอยู่ใกล้ผมเพียงนิดเดียวเท่านั้น ถ้าผมโดนกระสุนพวกนั้นเข้าไป อย่างต่ำผมก็คงต้องพิการแขนหรือขาขาดไปข้างแน่ๆ กระสุนแบบนั้นสามารถฉีกร่างของมนุษย์ธรรมดาได้สบายๆเลย... "!?" ผมมองเห็นกระสุนที่กำลังจะตกลงมาใส่ผมในไม่ช้าแล้ว แต่ผมช้าเกินไปแล้ว... ระยะนี้... บรึ้มๆๆ!!! เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วผืนน้ำ บรรดาเรือรบในกองทัพของผมต่างพากันหน้าซีด... "ผ... ผู้การฯ!!!!" ทั้งหมดตะโกนออกมาพร้อมกัน แต่ว่าผมได้ยินแค่เสียง... วิสัยทัศน์ของผมมันขมุกขมัวในควันหมดแล้ว ผมรู้สึกได้ว่า มีใครบางคนกำลังโอบกอดผมไว้อยู่... และผม... ยังไม่ตายหรือเสียชิ้นส่วนใดของร่างกายไป... ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย... แต่... ใครกันล่ะ... ที่ช่วยผมไว้... อ้อมกอดของเธอคนนั้น... มันอบอุ่น... ความรู้สึกยินดีและซาบซึ้งที่ยังมีชีวิตอยู่... ผมรู้สึกได้ว่าผมต้องตอบแทนในสิ่งที่คนๆนี้มอบให้ผม... "ต่อให้ต้องใช้ชีวิตเป็นสิ่งตอบแทนก็ตาม..." . . . ในตอนนี้ผมรู้แล้ว... ว่าผมควรจะทำยังไงต่อไป... ผมไม่ควรจะลังเลหรือสับสนอีกต่อไป... "เธอเองสินะ... ถ้าแบบนั้น... ต่อให้เธอจะชอบหรือไม่ก็ตาม... ฉันก็จะทำให้เธอฟื้นขึ้นมาล่ะ" ผมค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอทีละน้อย ผมรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก... แต่ถ้าจะรักษาชีวิตเธอไว้... ผมไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้ว...ผมทำการ"ผายปอด"และปั้มหัวใจให้กับเธอ ถึงท่าทีของผมจะดูเก้ๆกังๆไปบ้าง แต่ผมก็ทำให้ชีพจรของเธอกลับมาอีกครั้งได้... เธอเริ่มกลับมาหายใจอีกครั้ง... ลมหายใจระรวยระรินของเธอค่อยๆเสถียรขึ้นตามลำดับ... "นี่ฉัน... !!!?" สาวน้อยค่อยๆลืมตาช้าๆ เธอรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากที่เธอยังมีชีวิตอยู่... แต่นั่นก็คงไม่เท่าการที่มีใครบางคนยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอขนาดนี้... ปฏิกิริยาแรกของเธอคือพยายามจะผลักร่างของผมออกไป แต่ร่างกายของเธอไม่สามารถตอบสนองต่อคำขอของเธอได้ เธอทำได้แค่ลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะไอเพื่อขับน้ำทะเลที่ยังเหลืออยู่ในตัวเธอ "แค่กๆๆๆ!!! อะ... ไรกัน..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สะดุดเพราะสำลักน้ำทะเล ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบเธอยังไงดี เพราะแค่ผมเห็นเธอฟื้นขึ้นมาผมก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก... "ม.. ไม่เป็นอะไรนะ... โอย... ใช่ไหม?""น... นาย... รองแม่ทัพโรทัน?... ท... ทำไม... ทำไมกัน... คนอย่างฉัน...น่าจะตายไปได้ซะก็ดีแล้วนี่... แล้วทำไม..." สาวน้อยพูดด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาของเธอหลั่งรินไม่หยุด เช่นเดียวกับผมที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อขอบตา... "จะบ้าเหรอไงกัน!!! ใครมันจะปล่อยให้เธอตายไปกัน!!! เรื่องที่เธอบังกระสุนให้ฉัน ฉันยังไม่ได้ตอบแทนอะไรเลยนะ!!! เพราะแบบนั้น... ฉันปล่อยให้เธอตายไปไม่ได้เด็ดขาด!!!" ผมตะโกนด้วยท่าทีที่ไม่สมกับเป็นตัวผมเองเอาซะเลย... สาวน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเดือดดาลว่า "ทำไม... ไร้เหตุผล... สิ้นดี... ที่ฉันช่วยนาย... เพราะฉันไม่อยากเห็นคิตะคามิซังต้องร้องไห้เท่านั้นเอง... มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายและไม่ใช่เรื่องของนายเลย!!!" "จะเป็นเรื่องของฉันหรือไม่ก็ตาม แต่นี่เป็นการตัดสินใจของฉัน!!! ฉันจะไม่ยอมให้ผู้มีพระคุณของฉันต้องมาตายเพราะเรื่องแบบนี้หรอกน่า!!!" "นายคิดว่านายเป็นใครกัน..." โอยล้มตัวลงนอนกับพื้นช้าๆ แววตาของเธอเหม่อมองสายฝนที่ตกลงมาอย่างรุนแรง คลื่นลมในทะเลโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง สายฝนที่ตกลงมานั้นราวกับจะบดบังโลกทั้งใบภายใต้ม่านหมอกจางๆ โอยพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาต่อว่า "แม้แต่... คิตะคามิซัง... ยังมีท่านแม่ทัพอยู่เคียงข้าง... แล้วฉัน... ฉัน... ฉันไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว... ฉันเหมือนกับสิ่ของที่ตกรุ่นไปแล้ว... แต่ทำไม...โร... นายคิดอะไรอยู่กันแน่..." ผมกัดฟันแน่นก่อนจะตะโกนตอบเธอไป "อะไรกับคิตะคามิซังของเธอนักหนา!!! ทำไมถึงทำตัวเป็นบ่อน้ำที่เต็มปรี่แบบนั้น!!! ฟังนะ!!! จริงอยู่ที่ว่าคิตะคามิซังของเธอจะแต่งงานกับท่านแม่ทัพไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของเธอมันจะจบลงแค่นี้ซะหน่อย!!! คิตะคามิก็ส่วนของคิตะคามิ เธอก็ส่วนของเธอ เพราะงั้นอย่าเอาชีวิตของเธอมาตายเปล่านะ!!! ฉันยังอยู่ข้างเธอนะเฟ้ย!!!! เรื่องที่เธอช่วยชีวิตฉันน่ะ... ไม่ว่าเธอจะมองมันยังไง แต่มันก็ทำให้ฉันมีวันนี้... ฉันยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนเธอ... ต่อให้ฉันต้องใช้ชีวิตของฉันเป็นเครื่องสังเวยก็ตาม... เพราะงั้น..." ผมสะอึ้นขึ้นมา... น้ำตาของผมไม่อาจเก็บไว้ได้อีกต่อไป... "อย่าทำอะไรแบบนี้อีก... ฉันขอร้อง... อย่าพังทะลายเพราะน้ำที่ล้นนั่นเลยนะโอย..." โอยนิ่งไปพักหนึ่งก่อนที่เธอจะร้องไห้โฮขึ้นมา "ฉัน... ไม่เข้าใจ... เลย... ทั้งที่...ฉันเป็นแบบนี้... แต่นายก็ยัง... ทำได้แม้แต่สละชีวิตให้คนแบบฉัน... ฉัน... ฉัน... ขอบใจ... นะ... ที่ทุ่มเทให้คนไม่เอาไหนแบบฉันน่ะ..." "ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว... ฉันจะอยู่ข้างเธอเอง...ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงก็ตาม... จะอยู่ท่ามกลางสายฝนหรือแดดร้อนก็ตาม... ฉันสัญญา... ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อเธอ...และฉันจะเคียงข้างเธอไปตลอด..." โอยค่อยๆลุกขึ้นมาก่อนที่จะโผเข้ากอดผม... เธอสะอึ้นไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร... สายฝนนี่... ตกหนักราวกับจะปกปิดหยาดน้ำตาของเราทั้งคู่ไว้ไม่ให้ใครเห็นมัน... ผมไม่รู้หรอกนะว่าอ้อมกอดของผมจะอุ่นอย่างอ้อมกอดของเธอที่โอกินาว่าหรือเปล่า... แต่ผมว่ามันต้องไม่ต่างกันแน่ๆ... "อุ่น... ถึงแม้จะอยู่กลางพายุฝนแบบนี้...แต่ทำไมกันนะ... โร... อ้อมกอดของนาย... มันอบอุ่นยิ่งกว่าทุกอย่างที่ฉันเคยเจอมาเลย..." ผมแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ยังคงมีสายฝนตกพรำผมลูบหลังของเธอพลางพูดกับเธอว่า "ไม่รู้เหมือนกัน... แต่ฉันว่ามันต้องเหมือนความรู้สึกของฉันที่โอกินาว่าแน่ๆ...ความอบอุ่นแบบนี้..." สายฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าจะไม่มีวันหยุดตก... "ว่าแต่... จะเอายังไงต่อไปล่ะโอย... พวกเราจะอยู่กลางสายฝนแบบนี้ทั้งคืนไม่ได้นะ... ตอนนี้มันก็... สองทุ่มแล้ว..." โอยตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ซอร์ฟสุดๆ "อืม... ฉัน...คงจะไม่กลับไปที่ห้องของตัวเองในตอนนี้หรอก... เพราะถ้าฉันกลับไปฉันคง..." โอยกอดผมแน่นเข้าไปอีกก่อนที่เธอจะพูดต่อ "ขอโทษที่รบกวน... นะ... แต่ห้องของนาย..." ผมชะงักไปพักหนึ่ง แต่ผมก็อุ้มเธอขึ้นมาก่อนที่จะวิ่งไปที่ห้องของตัวเองทันที "อาจจะรกไปหน่อย... ต... แต่ก็พอสำหรับสองคน... ถ้ารู้สึกไม่อยากกลับห้องของเธอล่ะก็... ฉันยินดีให้เธอนอนค้างห้องฉันล่ะกัน..." "ขอบใจ... อีกครั้งนะ... ที่ทำเพื่อคนอย่างฉัน...ขนาดนี้..." โอยพูดสั้นๆ ก่อนที่เธอจะยื่นหน้าของเธอมาแล้วก็... "!?" เธอหอมแก้มของผมเบาๆ ตัวผมนั้นหยุดกึกไปในทันที... "ฉัน... ถ้าฉันจะ... เป็น... เจ้าสาว... ของนาย... นายจะ... รับได้... ไหม?" ตัวของผมนั้นเหมือนโดนตรึงไว้ด้วยเวทย์มนต์ มีเพียงแค่ปากของผมเท่านั้นที่สามารถขยับได้... "ถ... ถ้านั่นเป็น... สิ่งที่เธอต้องการ... ก... ก็ได้... นะ... ฉ... ฉันจะรอวันที่เธอพร้อมนะ...โอย..." นี่ผมพูดอะไรออกมากันนะ? นี่เป็นเรื่องใหญ่โตระดับตัดสินชีวิตทั้งชีวิตเลยไม่ใช่หรือไงกัน? ทำไมผมถึงพูดมันออกมาได้ง่ายดายขนาดนี้กัน? และที่สำคัญ... ผมไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ผมพูดออกไปเลย... "นายไม่ได้... ล้อเล่นหรือโกหก... สินะ..." "ฉันจะโกหกไปทำไม... กัน... เรื่องแบบนี้น่ะ... มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่ยอมโกหกหรอกนะ..." "งั้นก็..." พูดจบโอยก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม... ผมรู้สึกเหมือนกับถูกดึงดูดไป... ผมค่อยๆโน้มใบหน้าของผมลงไปช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากของผมกับของเธอจะประกบกันสนิทเป็นครั้งที่สอง... แต่นี่ไม่ใช่เพิ่อช่วยชีวิตของเธอ...แต่เป็นการ"แสดงความขอบคุณ"เธอ... "..." "..." ทั้งที่อยู่กลางสายฝนแท้ๆ... แต่พวกเราก็ไม่รู้สึกว่าพวกเราอยู่ท่ามกลางสายฝนเลยแม้แต่น้อย...